kibKaew's profile*-*GinZa Hunsa*-*PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    July 12

    come back(black)

    ฮาโหล เพื่อนฝูง
    หลายคนคงคิดว่า เอ๋ ยัยนี่หายไปไหนอีกแล้วฟ่ะ
    แหะๆ คงคอนเซ็ปไงจ๊ะ
    นาน น๊าน อัพที และก็หายไปอีก
     
    ตอนนี้ว่างมากมาย
    ตั้งแต่จบมา (ราวๆ มีนา) ถึงตอนนี้ (กรกฎา)
    อัจฉราก็ยังคงอยู่บ้านไม่ทำมาหากินไปเรื่อยๆ
    แหะๆ
    แต่อันที่จริง เราก็มีเหตุผลเนอะ
    พักซะก่อน เพราะเดี๋ยวทำงานก็ไม่มีเวลาพักผ่อนแล้น
    ตักตวงความสบายไปก่อน
    ก่อนที่จะตักตวงประสบการณ์และความรู้
    กับงานที่เราใฝ่ฝันมาตลอด
    นั่นคือ
    คนเก็บค่าทางด่วน แป๋วๆๆ
    อะล่อเล่น
    นั่นคืออออออ
    แอร์โฮสเตส หรือ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินนั่นเอง
    โห ตอนรอผลตรวจร่างกายนะ
    ใจจะวายเอาให้ได้
    แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี
    คืนประกาศผล....
    อัจฉราก็เปิดเน็ตคนเดียวอย่างตุ้มๆ ต่อมๆ
    พอประกาศว่าได้ เท่านั๊นนนหล่ะ
    กรี๊ด คะ กรี๊ดลั่นบ้านตอน 5 ทุ่มกว่าๆ
    ดีที่ข้างบ้านไม่ขว้างกะละมังมา
    ณ วันนั้นถึงวันนี้
    ไม่เคยคิดเลยว่า มันผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
    เหมือนกับวันแห่งความสมหวังอีกขั้นหนึ่งของชีวิต
    ....
    ...
    ..
    .
    วันรับปริญญา
    วันแห่งความภาคภูมิใจของชีวิตและครอบครัว
    แม่บอกว่า
    เร็วเนอะ แม่ยังจำวันที่พาหนูไปสอบเข้าไปเซนต์โยได้เลย
    เผลอแปปเดียว เรียนจบปริญญาตรีแล้ว
    เวลานี่มันผ่านไปเร็วจริงๆ
    เวลานำพาเราเดินทางต่อไปเรื่อยๆ
    ไม่มีที่สิ้นสุด
    จากบันได้อีกขั้นหนึ่งที่เราเคยคิดว่า เป็นที่สุดของชีวิตแล้ว
    และเวลาอีกอะแหละ ที่ทำให้เรารู้จักกับก้าวต่อๆ ไปของชีวิต
    (งง ว่ะ ถ้าอ่านแล้วงง ก็ลองใช้ใจอ่านดูนะ แหะๆ เน่าใช้ได้เลยตู)
     
    motto : Everyone need a mirror !!
    May 29

    ตามความฝัน........ของตัวเอง

    กาลเวลาพัดผ่านไปอย่างรวดเร็ว
    เผื่อแพล๊บเดียว เรียนจบ 4 ปีแล้วฉาน
    ทำไมมันเร็วเยี่ยงนี้
    ยัง ยังไม่จบครับพี่น้อง.......คร๊าบ
    ตอนนี้ก็ถึงเวลามองหาอนาคตกันต่อไป
    ใครมีความฝันก็ทำความฝันให้เป็นจริงกันอย่างขมีขมัน
     
    ส่วน........ฉัน
    ก็อยู่ในช่วงนั้นเช่นกัน
    เมื่อวานผลประกาศว่า
    คุณผ่านการสัมภาษณ์รอบสองแว้นนนนน
    กรี๊ดบ้านแตกเลย
    แม่วิ่งลงมาดูใหญ่เลย แล้วถามว่า....
    ทะเลาะอะไรกันลูก
    เมื่อแม่ได้ทราบความแถลงไขแล
    ก็กอดเราอย่างดีใจสุ๊ด สุด
    พ่อเองก็ไม่แพ้กัน
    ณ เวลานั้น
    เราก็รู้สึกได้ว่า....
    การที่เราได้ทำหน้าที่ลูกที่ดี ทำให้พ่อแม่มีความสุขอย่างที่สุด
    มันเป็นอย่างนี้ นี่เอง
     
    การสัมภาษณ์รอบสองนี้ อาจเป็นจุดสิ้นสุดสำหรับบางคน
    แต่สำหรับเรา อิ่มและบัว
    มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการเดินทางเท่านั้น
    ยังเหลือด่านให้ฝ่าฝันอีกมากมาย
    แต่สำหรับเราแล้ว
    ไม่ว่าจะหนักหนา หรือทรมานยังไง
    เราก็จะพยายามอย่างสุดๆๆ ไปเลย
    แหม ความฝันของเราจะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร
    กว่าจะได้มา มันไม่ง่ายเลย
    และสิ่งที่ยากไปกว่านั้นคือ
     
    เราจะรักษามันไว้ได้ขนาดไหน
     
    ..ชิมิ..
    อิอิ วันนี้มาซะซึ้งเลย
    ขอสักวันหล่ะกันนะ เพื่อน
     
    ปล. นี้พวกเพื่อนสุดที่รักจ๋า ตอนนี้อัจฉราอัพเสปซแล้นน๊า
    (ฉันทำตามสัญญาแล้วน่ะ อีป้า แต่ก็ต้องรอผลตรวจร่างกายอีกอ่า
    แต่จะพยายามฟิตเต็มที่เลยแก)
     
    อ๋อ ปล.ที่สอง อัพครั้งนี้แล้ว คงเว้นไปอีกสักพักเน้อ เหอๆ
    มีเวลาแล้วจะมาบอกเล่าเก้าสิบถึงเรื่องราวของฉาน ที่พวกแกอยากฟัง (หรือป่าว)
    March 07

    Good Bye Senior

    แหม ในที่สุดก็ได้เวลาอัพสเปซสักสองที
    หลีงจากที่หายหน้าหายตากันไปนาน
    มีแต่คนเรียกร้องให้ดีเจแก้วกลับมา
    เพื่อบรรยายเรื่องราวอันน่าสนใจของสาวน้อยผู้มากความสามารถผู้นี้
    เธอคือ อัจฉรา ผิวสุวรรณ
    แหะๆๆ ไปนู้นเลย
     
    เฮ้อ อยากจะถอนหายใจยาวๆๆ สัก 89 ที
    ในที่สุด สิ่งที่รอคอยมานานแสนนาน
    ก็มาถึงแล้ว
    ฉันเรียนจบแล้ว......
    ......
    แล้วไงต่ออ่ะ
    เวลาที่รอคอยทำไมมันมาถึงเร็วจังเลย
    ตดแค่สองทีก็มาถึงแล้ว
    แต่พอมาถึงแล้วก็รู้สึกใจหายยังไงไม่รู้
    มันเป็นเหมือนวัฏจักรของชีวิต
    มีพบ....ก็ต้องมีจาก
    แต่มันก็ต้องทำใจนี่นา
     
    เฮ้อ แต่จะทำยังไงได้
    คงไม่มีใครหยุดเวลาให้ไม่เดินผ่านไปได้หรอก
    มีแค่จะต้องยอมรับมัน
    และซึมซับความรู้สึกที่ดีๆ เหล่านี้ไว้
    อยู่ในก้นบึ้งของความรู้สึก
    เผื่อว่าวันไหนเราคิดถึงมัน
    จะได้เอาออกมา
    แล้วนึกย้อนถึงวันวานยังหวานอยู่ของชีวิตในช่วงนักศึกษาอันสดใส
     
    เพื่อนจ๋า เวลา 4 ปีมันผ่านไปเร็วจังเลยเนอะ
    (เรียนต่ออีกม๊ะ อิอิ ไม่เอาหรอก)
    อาจารย์ขา ขอบพระคุณที่ทำให้หนูได้มีความสุขกับทุกๆ วันในศิลปากรนะคะ
    รูมเมทสาว (ไม่สวย) แล้วเราจะนอนคนเดียวได้ไหมหน๋อ นอนคนเดียวมันเหงาเนอะ
    ไม่มีใครคุยเป็นเพื่อน ไม่มีใครให้แกล้ง
    (คงต้องพูดคนเดียวแล้วหล่ะ บ้าแน่ฉาน)
     
    motto : การแยกจาก จะทำให้เราโตขึ้น และพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
    แล้วพบกันใหม่....เพื่อน
     
    December 13

    ครั้งหนึ่งในชีวิต คุณคือผู้พิชิตภูกระดึง

    โอ้โห ไม่อยากจะเชื่อเลย
    ว่าฉันจะเอาชีวิตกลับมาจากภูกระดึงได้
    เห็นใครเคยบอกว่า ถ้าอยากจะพิสูจน์แฟนหรือเพื่อนนะ
    ให้ไปที่ภูกระดึงได้เลย
    ตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอก
    แต่..........
    พอลองดูแล้ว
    บอกได้คำเดียวว่า
    จรืงๆๆๆๆๆๆ ว่ะ
     
    หลายคนให้คำนิยามของภูกระดึงเอาไว้ว่า
    "เดิน เดิน เดิน แล้วก็เดิน"
    แต่สำหรับเราแล้ว
    ภูกระดึงคือ "ทุกรสชาติ ทุกอารมณ์"
    ใครอยากรู้นะ ว่าเป็นยังไง ลองเองสิค่ะ
    แล้วคุณจะรู้ว่า ภูกระดึง สมคำล่ำลือหรือป่าว
    สนุกจริงๆๆๆ
    แต่.........
    อย่าชวนไปอีกนะเฟ้ย
    เข็ดแว้ว
     
    ระยะทางการเดินทางขาขึ้น
    5 กิโล กว่าๆ
    อัจฉราและผองเพื่อนใช้เวลา 9 ขั่วโมงค่า
    นานโคตะระ เลย
    วันต่อมาค่า เดินต่อบนภูอ่ะหล่ะ
    อีกประมาณ 18 กิโล
    (ไม่ให้พักผ่อนกันเล้ย)
    ขากลับ รองเท้าฉานขาด ปากเหวิ่ง
    เอ้ย แหว่งเลย
    โชคดีที่อาจารย์จรัญให้ยืมรองเท้า
    ขาลงใช้เวลาทั้งสิ้น 5 ชั่วโมง
    โห แทบจะสิ้นใจกันเลยทีเดียวเชียว
    ขาลงนะ สุดยอดเลย
    แทบจะกลิ้งลงมาได้เลย
    แมร่ง ทั้งชัน ทั้งลื่น
     
    มีคำถามถามว่า "กลับจากภูกระดึงคุณได้อะไรมาบ้างค่ะ"
    คำตอบที่ 1 - ได้ความปวดเมื่อยคร๊า
    เดินอย่างกับคนแก่เลย ขึ้นก็โอย ลงก็โอย
    คำตอบที่ 2 - ได้มิตรภาพและรู้ว่าเพื่อนห่วงใยเราแค่ไหน (แอ๊บ เน่า หน่อยนะ)
    ขอบคุณกิ๊กนะ ที่คอยช่วยเหลือเราตลอดเวลา ถ้าแกไม่ไป เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า
    เราจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้ครบ 32 หรือป่าว อิอิ
    เมย์ - ขาขึ้น ป้าแก โคตรแอนนาไจย์เซอร์เลย
    ป้าดึงฉานตลอดเลย คอยดูแลเราด้วย ขอบใจเหมือนกานน่ะ จุ๊บๆ
    หญิง - ถึงแม้ขาขึ้น แกจะไม่ได้รับรู้ว่า พวกฉานแวะกันทุกซำ
    แต่ขาลงแกก็คอยช่วยทุกคนตลอด
    เอม - ถึงแม้เราจะไม่ได้ช่วยแก (เพราะเราก้อเอาตัวแทบจะไม่รอดเหมือนกัน) แต่เราก็เป็นห่วงแกนะเฟ้ย
     อาจารย์จรัญ - ถ้าไม่ได้อาจารย์ พวกหนูก็คงไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี ขอบคุณอาจารย์มากๆๆ ค่ะ
     
    motto : ครั้งหนึ่งในชีวิต อัจฉราคือผู้พิชิตภูกระดึง
    November 30

    ทำดีให้พ่อดู

    ตอนนี้มีเพลงของ AF
    ร่วมกันร้องเพลง
    เนื้อหาดีนะ
    เลยอยากเอามาฝากกัน
    ใครสนใจหาฟังกันได้นะจ๊ะ
     
    วันยังเวียนไป  หนทางยังยาวไกล  ก็ยังเป็นคนเดิม.. ไม่เปลี่ยน
               วันที่ฉันล้ม  เป็นคนที่คอยรับ  จับมือก้าวเดินต่อไป..

    เธอรู้..ฉันหมายถึงอะไร
                            อืม.. คงเป็นคำตอบเดียวกันแหละ
           เรารุ้สึกถึงความหมายที่ยิ่งใหญ่

        วันจะเวียนไป  ฤดูจะเวียนไป ฉันมีกำลังใจ..ยิ่งใหญ่
      ใจไม่ให้แล้ง พื้นดินไม่ให้แล้ง  หยาดฝนโปรยมาจากไหน...

    รู้ซึ้งถึงคำตอบ อยู่ในใจ  รู้ไหมในคำตอบ คืออะไร  ...  รักนั้นคือคำตอบ  ที่แสนยิ่งใหญ่

    ตั้งแต่ได้จำความ  เติบโตด้วยความรักและห่วงใย
                        ก้าวได้อย่างใจคิด ก้าวไปทีละนิด..ด้วยแรงใจ
                        ทุกสิ่งที่ดีงาม  พ่อคอยให้คำสอน..อยู่ร่ำไป
       ทำสิ่งดี ๆ ไว้  สักวันเติบโตไป ต้องได้ดี
    ทำดีให้พ่อรับรู้  ให้พ่อชื่นใจ          เริ่มแต่วันนี้ เริ่มที่เราก่อน
                  ทุกสิ่งที่พ่อสอนไว้ ให้ลูกเข้าใจ      จดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ จะทำดีให้พ่อดู


    อยากจะตอบแทน ในพระคุณยิ่งใหญ่
    ด้วยหัวใจทั้งหมด  จะทดจะแทนคุณแผ่นดิน
    และแผ่นดิน...  ผืนนี้ พ่อสร้างไว้
    ให้ลูกได้พักพิง  สร้างทุกสิ่ง ให้ทุกอย่าง
          ลูกขอกราบ  จะทดแทนด้วยความดี

                                
              ทุกก้าวที่เดินไป  พ่อเคยบอกเอาไว้ อยู่ทุกที
             ให้ทำเพียงพอดี  อย่าทำเกินกำลังจนมากไป
              จะอดและจะทน  สักวันจะมีผล ให้ได้ชื่นใจ
             จะทำดีเอาไว้  และจะเป็นคนดี ให้ได้ดี

    ทำดีให้พ่อรับรู้  ให้พ่อชื่นใจ          เริ่มแต่วันนี้ เริ่มที่เราก่อน
                                           ทุกสิ่งที่พ่อสอนไว้ ให้ลูกเข้าใจ      จดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ จะทำดีให้พ่อดู

    ทำดีให้พ่อรับรู้  ให้พ่อชื่นใจ          เริ่มแต่วันนี้ เริ่มที่เราก่อน
                                          ทุกสิ่งที่พ่อสอนไว้ ให้ลูกเข้าใจ      จดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ จะทำดีให้พ่อ..

    ...รับรู้  ให้พ่อชื่นใจ          เริ่มแต่วันนี้ เริ่มที่เราก่อน
                                           ทุกสิ่งที่พ่อสอนไว้ ให้ลูกเข้าใจ      จดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ จะทำดีให้พ่อ..

    ...รับรู้  ให้พ่อชื่นใจ   เริ่มแต่วันนี้ เริ่มที่เราก่อน
                                       ทุกสิ่งที่พ่อสอนไว้ ให้ลูกเข้าใจ  จดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ  จากนี้และเรื่อยไป  จะทำ..ดี..ให้....พ่อดู
     
    motto : จะทำดี ให้พ่อดู
    November 28

    มาแล้ว ยังดีกว่ามาช้า (มั๊ก มั่ก)

    แหม เห็นเจ๊หายไปนาน
    คิดถึงกานละสิ
    เพื่อนพ้องทั้งหลายคงแอบด่าฉานอยู่ในใจ
    (บางคนก็นอกใจ)
    ว่าเมื่อไหร่ อัจฉราสาวพราวเสน่ห์จะได้ฤกษ์แต่ง
    เอ้ย อัพสเปซซักกะที
    วันนี้ หล่ะ
    ฝันของพวกเธอจะเป็นจริง
    ด้วยอิทธิฤทธิ์ (พี่ชาย)ของฉานผู้นี้ นี้เอง
     
    เปิดเทอมจนจะสอบกลางภาคแล้ว
    แหม วันเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน
    ยังนึกถึงวันแรกในศิลปากรได้เลย
    ตอนนั้นยังไร้เดียงสาเสียจริง
    (ตอนนี้ก็ยังไร้เดียงสาอยู่น่ะ ด่าใครไม่เป็น จริงๆ)
    เฮ้อ เผลอแผล็บเดียว 4 ปีแล้ว
    แก่ชิบเลย (ทุกคนอ่ะหล่ะ)
    แก่วิชานะ อย่าคิดมาก
    แหม เรียนมาตั้ง 4 ปี จะไม่ให้ฉลาดขึ้นเลยก็คงจะไม่ได้ จริงม๊ะ
    จริง (ตอบเองซะ)
     
    อุ๊ย พอก่อนดีกว่า
    เดี๋ยววันหลังไม่มีอะไรให้เขียน
    จะโดนด่าอีก ว่าไม่อัพ
    อิอิ
    จะมาอัพบ่อยๆๆ น๊า
     
    motto : ความรักก็เหมือนดอกกุหลาบ
    ถ้าหากจับให้ถูกที่ เราก็คงจะไม่ต้องเจ็บ
    เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะสัมผัสมัน
    เราก็ควรจะดูให้ดีก่อน
    จะได้ไม่ต้องเจ็บไง
    (ยาวเกิ๊น)
     
    June 09

    เปิดเทอมแล้น

    เปิดเทอมแล้น
    ในที่สุดก็จะเปิดซะที
    ปิดมาซะนานเชียว
    นานจนอยากเรียนเลย
    อิอิ ผิดปกติไหมหน๋อ
     
     
    motto : นึกมะออกจ้า
     
    May 25

    ในที่สุดก็.......

    เฮ้อ ๆๆๆๆๆๆ
    ในที่สุด ก็
    เสร็จซะที
    แต่การทำเสร็จนี้
    ไม่ได้ทำแบบส่งๆนะจะบอกให้
    แต่....
     
    เป็นการจบงานที่ปลื้มใจจริงๆ
    ทั้งเรื่อง
    ฟ้าอักษร
    และ
    พี่กลุ่ม
     
    เวลาในการทำงานหรือฝ่าฟันอุปสรรค์
    เป็นเวลาที่ยาวนานและแสนลำบาก
    แต่เมื่อ
    เราได้ผ่านเวลาเหล่านั้นมาแล้ว
    เราคงจะมีความสุขไม่น้อย
    กับเวลาที่เรามองความสำเร็จที่รอคอยอยู่
     
    เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ
    และเวลาแห่งความทุกข์ยากลำบาก ก็กำลังจะผ่านไปเช่นกัน
    ไม่ว่า เวลาไหนๆ
    เราก็ไม่สามารถกักเก็บเวลาเหล่านั้นไว้กับเราได้ตลอดไป
    เราเพียงแต่
    ซึบซับความรู้สึกเหล่านั้นให้ได้คุ้มค่าที่สุด
    แล้วอย่าเสียใจกับเวลาที่มันผ่านไป
     
    นี้ก็
    ปี 4 แล้วซินะ
    มันเร็วมากเลย
    เวลา 3 ปีที่ผ่านมา
    มันคุ้มค่าสำหรับ
    น้ำตา
    เสียงหัวเราะ
    ความรัก
    มิตรภาพ
    ความรู้
    ความผูกพัน
    เพื่อน
    กลายเป็นบทเรียนแห่งชีวิตที่สำคัญ
    ของผู้หญิง(สวยๆ อิอิ) คนหนึ่ง
     
    หากวันนั้นมาถึง
    เราทั้งหมด
    ก็จะเดินไปพร้อมๆกัน
    เพื่อเผชิญหน้าและพร้อมที่จะใช้บทเรียนบทนี้
    กับสังคมแห่งใหม่ที่รอเราอยู่
     
    motto : เพื่อนเหมือนกับดวงดาว (ไม่ใช่ดาว-ยอนะจ๊ะ)
    มองเห็นบ้างในบางเวลา
    แต่ไม่เคยห่างหายไปไหน
     
    อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวข่าวคราวทั้งในและนอกคณะ
    ได้ที่ ฟ้าอักษรนะคะ
    หุหุ
    วารสารดีๆ ที่เจ๊ภูมิใจ
     
    May 15

    อ๋อเหรอค่ะ

    วันนี้ เป็นเรื่องสบายๆหน่อย
    ปนขำนิดๆๆ
    เหอๆ ไม่รู้ว่าจะขำกันหรือป่าวน๊า
     
    เป็นForward Mail
    ได้รับมาจาก มาดามบัว
    อิอิ
     
    ความเดิมตอนที่แล้ว
    ................
    อ๋อเหรอค่ะ
     
    At Airport
    ผมเจอผู้หญิง 2 คนนั่งอยู่ด้านหน้า
    ต่างคนต่างมา
    คนด้านซ้ายมือแต่งตัวเหมือนคุณหญิงใส่เพชรใส่ทองมากมาย
    ท่าทางออกแนวสาวเปรี้ยว
    ส่วนคนด้านขวาแต่งตัวเรียบ ๆ ออกแนวสาวเรียบร้อยสุดๆ
    แล้วผู้หญิง 2 คนก็เริ่มคุยกัน
    สาวเปรี้ยว : สวัสดีค่ะมาเที่ยวคนเดียวเหมือนกันเหรอคะ
    สาวเรียบร้อย : ค่ะมาคนเดียว
    สาวเปรี้ยว :เนี่ย เดี๊ยน
    ไม่ได้มาเที่ยวอย่างเดียวหรอกนะคะกะว่าจะมาดูรถ Porche
    ไปให้ลูกใช้ซัก 2 คัน
    สาวเรียบร้อย : อ๋อเหรอคะ
    สาวเปรี้ยว : ตอนสมัยอยู่ฝรั่งเศส ก็ขับจากัวร์
    กับเฟอร์รารี่เจ้าคุณพ่อซื้อให้ค่ะ
    เงินสดนะคะ
    สาวเรียบร้อย : อ๋อเหรอคะ
    สาวเปรี้ยว :มานี่จะซื้อของขวัญให้ตัวเองซะหน่อยกะว่าจะซื้อ
    เพชรกลับเมืองไทยซัก 50 กะรัต
    สาวเรียบร้อย : อ๋อเหรอคะ
    สาวเปรี้ยว : แล้วคุณน้องหล่ะคะ ชีวิตเป็นไงบ้างค่ะ
    สาวเรียบร้อย : ก็ไม่มีอะไรคะ ชีวิตเรียบง่าย สมัยเรียน
    ท่านพ่อให้ไปเรียนในวัง ได้แต่เย็บปักถักร้อย ร้อยพวงมาลัย
    และทำขนม ครูห้ามพูดคำหยาบ ครูบอกว่าถ้าจะด่าใครว่า อีตอแหล
    ให้พูดว่า “อ๋อเหรอคะ...”

     

    .............................................

    วันนี้ ได้ใบขับขี่อย่างจริงจังแล้ว

    (เราสอบเองน่ะ เนติรัฐ จริงๆๆน๊า)

    เมื่อไม่กี่วันมานี้

    มีเรื่องไม่ค่อยสบายใจ

    แต่ว่า

    พอคิดๆดูดีๆแล้ว

    เราควรจะปลงกับเรื่องต่างๆ บ้าง

    เพื่อความสงบของจิตใจเราเอง

    เฮ้อๆๆๆๆๆๆ

     

    motto : บางครั้ง การที่เราไม่รู้ ก็อาจจะดีกว่า รู้แล้วทำอะไรไม่ได้เลย


    May 03

    สายฝน vs อากาศ

    คุณเลือกที่จะเป็น"สายฝน"
    หรือว่า "อากาศ"
     
    Good lesson of life...
     
    ถ้าคนๆหนึ่งเปรียบเหมือนสายฝน
     
    เป็นหยดน้ำที่เย็นฉ่ำสดชื่น..
     
    แต่ชั่วประเดี๋ยวอาจหยุด
     
    ชั่วประด๋าวตกมาโครมครืน
     
    คนๆ นี้มีถ้อยคำเป็นสายฝน
                          
    ที่จะหยดมาแต้มความเย็นชื้นให้หัวใจคุณ
                          
    ชั่วประเดี๋ยวก็หยุด
     
    ให้คุณค้นหา
                    
    ชั่วประด๋าวมาใหม่
                                   
    ให้คุณอิ่มเอม
     
    เล่นอยู่กับสายฝนที่จริงก้อสนุกดี
                     
    แต่อย่าลืมว่า
                           
    เล่นกับมันมากไปก็จับไข้ได้เหมือนกัน
     
    ถ้าคนๆหนึ่งเปรียบเหมือนอากาศ
                                    
    เราหายใจกี่ครั้งต่อวันไม่มีใครนับ
                               
    และเราก็มักลืมเลือนไป
                        
    ว่าเรากำลังหายใจเอาอากาศเข้าไปอยู่
                      
    เพราะการมีอยู่ของอากาศ
    เรามองไม่เห็น
                                              
    และมัน
     
    ก้อบางเบาจนคิดไม่ถึง
            
    คิดไม่ถึงว่าที่จริง..
     
    อากาศแวดล้อมเราอยู่ใกล้ๆไม่ไกลเลย
     
    คนๆนี้ไม่มีถ้อยคำเป็นเม็ดเป็นหน่วย
             
    ให้คุณจับต้องได้และมองเห็น
                                             
    แต่เขาจะหยิบยื่นในสิ่งที่คุณฝันได้เสมอ
                 
    และเติมเต็มในสิ่งที่คุณขาดหายไป
     
    แม้ว่าคุณจะไม่มีใครเลยก็ตาม
                              
    ถ้าเป็นคุณจะเลือกใคร???
     
    motto : เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่.......จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป
    April 27

    ความสุขกับการจากไป

    วันนี้ มีเรื่องราวมากมาย
    ทั้งน่าเศร้าและสุขใจ
     
    ตื่นมาตอนเช้า
    ก็ได้รับรู้ว่า
    น้องหมาที่อยู่ด้วยกันมานานแสนนาน
    มันอายุได้เกือบ 15 ปี
    น่าจะบันทึกในกินเนสบุ๊กได้เลย
    แต่เราทุกคนในบ้านก็ดีใจ
    ที่มันจากไปอย่างสงบ
    มันทนทรมานมานานมาก
    และมันก็ถึงเวลาซักที
    ลาก่อน หมูตุ่น
     
     
    วันนี้ไปสอบใบขับขี่ที่ขนส่งแถวๆบางปู
    ตื่นแต่เช้า เดินทางไปตั้งแต่เช้า
    ไปรวมตัวกันที่โรงเรียนสอนขับรถ
    ตามเดิม ไปสายตลอด
    แต่ก็ทันจนได้
    วันนี้ใช้เวลาทั้งวันเลย
    ตอนแรกคิดว่าข้อเขียนคงสอบไม่ผ่านซะแล้ว
    แต่ในที่สุด ทุกคน เกือบจะทุกคนก็สอบผ่านหมด
    แต่วันนี้ทางขนส่งมีการจัดอบรมอะไรสักอย่าง
    ก็เลยทำให้ต้องเลื่อนเวลาออกไปเกือบชั่วโมง
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
    จนกระทั่งได้สอบปฏิบัติ
    ตื่นเต้นสุดยอด
    ขางี้สั่นเชียว
    แต่ก็ยังเหยียบเบรคทั้งสั่นๆนะแหละ
    และในที่สุด
    "อัจฉรา สอบผ่าน"
    เย้ๆๆๆๆๆๆๆ
    ได้ใบขับขี่แล้ว
    แต่ว่า
    ยังขับไม่เก่งอยู่ดี
    ของอย่างนี้ ต้องหัดไปเรื่อยๆ
    เดี๋ยวก็เก่งเองหล่ะ
    จริงม๊ะ
     
    motto : คนที่ไม่เคยถูกทิ้งให้เหน็บหนาว จะไม่มีวันรู้จักกับความอบอุ่นหรอก
     
    April 25

    มันก็อยู่ของมันดีๆอยู่แล้ว

    สองมือล้วงกระเป๋า
    สองเท้าก้าวเข้ามา
    หนึบ..................หนึบ
    555555
    วันนี้ จะมาพูดถึงเรื่องหนึบๆกัน
     
    เนื่องด้วยวันนี้
    เป็นวันสุดท้ายของการเรียนขับรถ
    แต่......
    มีนักเรียนอยากจะให้ครูสอนที่จะต้องไปสอบใบขับขี่
    ก็เลยลดเวลาลงเหลือแค่ 1 ชั่วโมง
    นั่นหมายความว่าจักต้องไปเรียนเพิ่มอีกหนึ่งวัน
     
    พอออกจากโรงเรียนขับรถ
    ครูก็ขับไปเรื่อยๆแล้วก็เปลี่ยนกันขับ
    ทันทีที่จอดรถ
    นู๋แก้วก็ลงจากรถทันที
    ก้าวเท้าซ้ายลงไป ออกนอกตัวรถ
    สัมผัสกับผิวพื้นถนน
    แต่ก็รู้สึกว่า
    ทำไมพื้นมันลื่นจัง
    เหมือนกับเหยียบทรายลื่นๆ
    แต่เป็นทรายที่มีกลิ่น แล้วก็สีเหลืองๆๆๆๆๆๆ
    พอก้มลงไปมองรองเท้าตัวเอง
    เง้อ
    อุนจิสีเรืองรองกองอยู่ใต้เท้า
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    ครูบอกว่าจะได้ลาภแน่ๆเลย
    เหอๆก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไปหล่ะกัน
     
    เพื่อนๆวันนี้เขียนน้อยหน่อย
    คงไม่มีใครว่านะ
    เพราะคงต้องไปล้างรองเท้าก่อนแปปนึง
    อิอิ
    คนจะซวย ช่วยไม่ได้
     
    motto : ความดีมักจะสวยงามเสมอ
    April 24

    ขับขี่ปลอดภัย

    แฮะๆ
    วันนี้เป็นวันที่3แล้ว
    ที่ได้ไปเรียนขับรถ
    เรียนพรุ่งนี้อีกวัน
    วันพฤหัสก็ไปสอบใบขับขี่แล้น
     
    เรียนมาสองวันก่อน ก็ครูคนเดิม
    ไหง วันนี้ ถึงเปลี่ยนครูหล่ะ
    อัจฉรางงๆ ไม่รู้จะทำยังไง
    ก็เลยปล่อยเลยตามเลย
    ขับไปเรื่อยๆๆๆ
    ครูบอกว่า
    "วันนี้ เราจะขับไปเติมพลังงานกัน"
    แหม เราก็ดีใจ
    จะได้ออกนอกเส้นทางแน่นอนเลย
    แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
    รถตรึมเลย
    ทำไงดีหล่ะ ขาเริ่มสั่นๆ
    แต่ไม่เป็นไร ข้างหลังรถมีป้ายเขียนไว้ว่า
    "โรงเรียนสอนขับรถ........"
    (เดี๋ยวเขาเก็บค่าโฆษณา 5555)
    ขับไปถึงปั้มน้ำมัน เติมน้ำมันเสร็จ
    ก็สตาร์ทเครื่อง
    ด้วยความมั่นใจ อัจฉราหมุนกุญแจสตาร์ทรถทันที
    ปรากฏว่า...........
    ....
    ...
    ..
    .
    ไม่ติด
    เหอๆ ต้องรอกว่า 20 นาที
    มีแท็กซี่ผู้ใจดีคันหนึ่ง
    มาจอดเทียบ แล้วช่วย
    ในที่สุด
    ก็สตาร์ทติด ขับไปต่อเรื่อยๆ
    9 โมงกว่าเกือบ 10 โมง
    ไอ้เราก็คิดว่า
    "เฮ้ย ครูเค้าคงเพิ่มเวลาให้เราแหละ ทดเวลาไปอีกไง"
    แต่แล้ว ความคิดของฉานก็.....
    10 โมงเช้าเป๊ะ
    ถึงโรงเรียนเรียบร้อย
    เง้อ ไหงเป็นงั้นหล่ะ
    แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นี่นา
    555555555
     
    ตอนนี้เกิดคำถามขึ้นในใจตัวเองว่า
    "เรากำลังหลับหรือตื่นอยู่"
    เพราะบางครั้งเรารู้สึกไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องนั้นๆ
    ฉะนั้น
    คนเราควรมีสติอยู่ตลอดเวลา
    จะได้ไม่เสียสตางค์ไง
    (เกี่ยวกันไหมเนี่ย)
     
    สุดท้ายแล้วสำหรับบล๊อกนี้
    ชิโร่
    ขอบคุณมากนะ ถ้าเราไม่มีชิโร่คอยช่วย
    มันคงไม่ราบรื่นและใกล้จะสำเร็จแบบนี้แน่ๆ
    จริงๆนะ
    ขอบคุณมากๆๆๆๆๆ จากใจดวงน้อยๆๆ
    ของอัจฉราสุดสวยคนนี้เลย
    อิอิ
    ถ้าชิโร่มีอะไรให้เราช่วย
    บอกได้เสมอเลยนะ
    เพื่อนต้องช่วยเพื่อนจริงไหม
    คิดถึงเพื่อนๆทุกคนจังเลย
    ทั้งศิลปากรและเซนต์โย
    อยากเจอจัง.......
    motto : Friendship is the golden ribbon
    that ties the world together.
    April 16

    อยู่ที่ไหน ?

    ในวันที่ฟ้าซึมเศร้า มัวหม่นอย่างวันนี้ ในวันที่ฝนปรอยๆ ไม่ยอมหยุดสักที
    มองไปที่ไหน ไม่พบอะไรที่ดี ที่จะทำให้ใจมีความหวัง

    อยู่ที่ไหน หรือความรัก ช่วยเข้ามาทักหัวใจของฉันดูบ้าง
    ให้ได้รู้ สิ่งที่ค้นหามาเนิ่นนาน ที่ฉันต้องการนั้น รออยู่ที่(รู้สึกเช่น)ใด

     
    ว้า ฮู
    แฮปปี้ สงกรานต์เดย์
    เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด
    ได้ไปเที่ยวแบบเชิงธรรมชาติมา
    สนุกมากๆๆๆๆๆๆ
    ไปเป็นสาวอัมพวามากันทั้งครอบครัวเลย
    บอกตรงๆเลยนะ
    "ที่นี้ก็ไม่เลวเลยทีเดียว"
    ทำให้เรากลับไปคิดว่า
    นี้คือวิถีชีวิตของคนในอดีต
    หากแต่ย้อนถามคนในสมัยนี้ว่า
    ถ้าจะกลับไปอยู่แบบเดิม จะทำได้ไหม
    สำหรับคำตอบของเรานั้น มันก็คงเหมือนกับคนส่วนใหญ่นั่นแหละ
    ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า สิ่งที่เปลี่ยนไปเหล่านี้
    มันจะดีหรือไม่ดีกันแน่
    จริงบ่?
     
    แหม วันนี้อัจฉราขึ้นต้นด้วยเนื้อเพลงที่ใกล้ตัวมั๊กมาก
    เราคิดว่า สำนวนไทยเรายังคงสามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์จริงๆ
    "อย่าดูคนจากภายนอก"
    เรื่องมันมีอยู่ว่า
    เราได้มีโอกาสไปอ่านงานของคนๆหนึ่ง
    หน้าตาเขาไม่ค่อยจะเข้าแนวนี้เท่าไหร่นัก
    แต่พออ่านงานเขาแล้ว
    โอ้โห ทึ่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    เหลือเชื่อจริง
    นี้หละ เข้ากับสำนวนไทยเรา
    55555555555555
     
    motto : คนเราหากเข้าใจการจากไป
    อย่างไม่ย้อนกลับของ "เวลา"
    ย่อมใช้ชีวิตอย่างมีค่า
    April 14

    Long Live The King "141 ตัน"

    วันนี้ได้อ่านForward mail มา จึงอยากจะมาแบ่งปันให้คนอื่นได้ทราบซึ้ง
    ลองอ่านกันดูนะ
     
    Long Live The King  "141 ตัน"

    เป็นที่รู้กันดีว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเริ่มเสด็จฯ
    พระราชทานปริญญาบัตรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493
    และหลังจากนั้นบัณฑิตทุกคนก็เฝ้ารอที่จะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์อย่างใจจดใจจ่อ 
    ภาพถ่ายวันรับพระราชทานปริญญาบัตรกลายเป็นของล้ำค่าที่ต้องประดับไว้ตามบ้านเรือนและเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของหนุ่มสาวและความภาคภูมิใจของบิดามารดาจน
    29 ปีต่อมามีผู้คำนวณให้ฉุกใจคิดกันว่าพระราชภารกิจในการพระราชทานปริญญาบัตรนั้นเป็นพระราช
    ภารกิจที่หนักหน่วงไม่น้อย
    หนังสือพิมพ์ลงว่าหากเสด็จฯพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง
    ประทับครั้งละราว 3 ชม. เท่ากับทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทานใบปริญญาบัตร
    470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตร ฉบับละ 3 ขีด
    รวมน้ำหนักทั้งหมดที่พระราชทานมาแล้ว 141 ตัน 

     ไม่เพียงเท่านั้น
    ดร.สุเมธ ตันติเวชกุลยังเล่าเสริมให้เห็น
    "ความละเอียดอ่อนในพระราชภารกิจ"
    ที่ ไม่มีใครคาดถึงว่า..."
    ไม่ได้พระราชทานเฉย ๆ ทรงทอดพระเนตรอยู่ตลอดเวลา 
    โบหลุดอะไรหลุดพระองค์ท่านทรงผูกโบว์ใหม่ให้เรียบร้อย
    บางครั้งเรียงเอกสารไว้หลายวัน ฝุ่นมันจับ
    พระองค์ท่านก็ทรงปัดออก" 
    ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ทรงลดการเสด็จฯ
    พระราชทานปริญญาบัตรลงบ้าง
    โดยอาจงดเว้นการพระราชทานปริญญาบัตรในระดับป.ตรี
    คงไว้แต่เพียงระดับปริญญาโทขึ้นไป 
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลับมีพระราชกระแสรับสั่งตอบว่า
    พระองค์เองเสียเวลายื่นปริญญาบัตรให้บัณฑิตคนละ 6-7 วินาทีนั้น
    แต่ผู้ได้รับนั้นมีความสุขเป็นปีๆเปรียบกันไม่ได้เลย

    ที่สำคัญคือ ทรงเห็นว่าการพระราชทานปริญญาสำหรับผู้สำเร็จป.ตรี
    นั้นสำคัญเพราะบางคนอาจไม่มี
    โอกาสศึกษาชั้นปริญญาโทและปริญญาเอก
    ดังนั้น "จะพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตปริญญาตรีไปจนกว่าจะไม่มีแรง.."
     
    ทรงพระเจริญ
    April 07

    จเช มตฺตาสุขํ ธีโร (ธรรมะ ธรรมโม สุดๆๆ)

     
    New Jazz ...... Make the move
     
    ยาฮู้ๆๆๆๆๆ
     
    ตอนนี้ อัจฉรา ก็ยังคงไม่มีอะไรทำอยู่ดี
    นอกจาก
    รอ .....................
    งานที่เพื่อนๆ และน้องๆ จะส่งมาให้
    ที่นี้หล่ะ งานบานแน่ๆๆ
     
    ปัญหาบ้านเมือง ถึงแม้ว่าจะผ่อนคลายลงไปบ้างแล้ว
    แต่ก็ยังคงมีปัญหาใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอยู่เรื่อยๆ
    พอดี ได้ทำคอลัมน์หนึ่ง
    ที่มันเกี่ยวกับพุทธศาสนสุภาษิต
    ก็จะยกเอามาสักอันหล่ะกันน่ะ
    (ให้มันเข้ากับสถานการณ์ขณะนี้)
    จเช มตฺตาสุขํ ธีโร
    คนดี ควรสละสุขเล็กน้อย เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
     
    motto : หากเราถอยกันคนละก้าว
    เรื่องราวดีๆ คงจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
    จริงไหม ?
     
     
     
     
     
     
    March 19

    เริ่มเลยดีฟ่า

    ฮา ปิดเทอมแล้ว
    ได้เวลาพักผ่อนจากการเรียนมาทั้งเทอมซะที
    พักไปพักมา ตอนนี้ไม่มีอะไรทำซะแล้น
    ก็ดีจะได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนานๆหน่อย
    เดี๋ยวเปิดเทอมก็ต้องไปอยู่มหา'ลัยแล้ว
     
    ตอนนี้กระแสการเมืองมาแรงมากเลย
    บ้านเมืองแตกแยกออกเป็น 3 ฝ่าย
    บางครั้งในบ้านโฮมสวีทโฮมยังแบ่งเป็นฝ่ายๆกันเลย ว่าไหม
    เราคงเป็นแค่มดตัวเล็กๆ ทำอะไรได้ไม่เท่าไหร่หรอก
    แต่หากมดหลายตัวช่วยกัน
    หมูชิ้นเบ่อเริ่มก็หามได้ไหว
    ดังนั้น หากทุกคนช่วยกัน หันหน้าเข้าหากัน
    ทุกอย่างคงจะดีขึ้น
     
    motto : มีคำกล่าวไว้ว่า ความผิดครั้งแรก ให้ถือเป็นครู
    แต่หากยังผิดครั้งที่สองอีก ถือว่าเป็นความโง่
    February 07

    New Year, new life....

    New Year is coming now.
     
    People gonna find a new life.
     
    I'm the one who hope that everybody in this world shoud get a better life.
     
    No matter who you are, just try with your best.
     
    You will get a wonderful things.
     
     
    Just try,
    Let's try,
    You will get it.